Mr.Brightside View my profile

[Flash Fiction] ปลาสนาการ

posted on 28 Sep 2012 10:48 by misterbrightside directory Fiction
ฉันนั่งมองผืนน้ำเดียวดาย

เดียวดายแน่ล่ะ เพราะฉันทิ้งทุกอย่างเพื่อมาที่นี่ เมืองย่อมๆ ใต้สะพานพระรามแปดคึกคักเช่นเคย มีทีมบอลกับสนามจำเป็นจากพื้นที่จอดรถ มีวัยรุ่นกับสเก็ตบอร์ดและลานฝึกจากราวกั้น มีหนุ่มๆ กับจักรยานผาดโผน (ที่ใช้พื้นที่เดียวกันกับกลุ่มที่สอง) มีทีมเชียร์ลีดเดอร์กับกลองคณะเสียงดังป๊องแป๊ง และยังมีกลุ่มผู้คนอีกมากมายมารวมตัวกันเพื่อทำการบางอย่าง

เขาเคยเปรยกับฉันว่าพวกเขาจะทำไปทำไม

‘เพราะหลงใหล’ ฉันตอบง่ายๆ 

ฉันรู้สึกได้ถึงความหลงใหลที่เต้นเร่าอยู่ในวิญญาณของพวกเขา ในขณะเดียวกันมันก็คล้ายส่งผ่านมาคุกรุ่นอยู่ในดวงตาของฉัน– ดวงตาที่สูญประกาย น่าเสียดายที่มันไม่เพียงพอสำหรับจุดไฟฝันขึ้นมาอีกครั้ง

ส่วนฉัน

ฉันนั่งมองผืนน้ำเดียวดายใต้สะพานพระรามแปด

ฉันอมยิ้ม กอดเข่าดูวงคลื่น เรือหลากหลายรูปแบบแล่นผ่านไป เรือเชื่องช้าสร้างวงคลื่นแช่มช้อย เรือเร่งรีบสร้างวงคลื่นรุกเร้า มันกระแทกแตกกระจายเมื่อกระทบกับฝั่งที่ฉันนั่งอยู่ คู่รักวัยรุ่นถึงกับสบถออกมาเมื่อเนื้อตัวเปียกไปครึ่งหนึ่ง แต่ฟังจากเสียงหัวเราะแล้ว ดูท่าจะเป็นเรื่องสนุกมากกว่าเดือดร้อน

ทุกสิ่งที่ผ่านตาดูสวยงามกว่าที่เคย

ขนาดควันบุหรี่จากคู่รักวัยรุ่นอีกคู่ยังลอยอ้อยอิ่งสวยงาม พวกเขาไม่ยี่หระกับละอองน้ำและไม่ยี่หระกับการมีอยู่ของฉัน แม้ฉันจะนั่งใกล้พวกเขามากจนอากาศแทบแทรกตัวไปไม่ได้ 

ฉันไล่สายตาตามควันบุหรี่ไปจนจรดท้องฟ้า เมฆสีเทาทะมึนบ่งบอกว่าอีกไม่ช้าฝนคงลงเม็ด 

พูดถึงฝนทำให้ฉันนึกถึงบทสนทนาหนึ่งขึ้นได้

‘เธอรู้ไหมว่าท้องฟ้ากับผืนน้ำจะมาบรรจบกันเมื่อไหร่’ ฉันถามเขา ในขณะที่เราสองคนนั่งมองฝนตกเบาๆ อยู่ในสวนสาธารณะใจกลางมหานคร

เขาไม่ตอบอะไร สายตาเหม่อมองผิวน้ำที่ฝนตกกระทบ คงกำลังนึกในใจว่าฉันวางแผนจะแกล้งอะไรเขาอีก ดังนั้นฉันจึงเฉลย… แต่หันไปเฉลยกับเมฆด้านบนแทน ลดอาการเก้อเขินที่ต้องพูดประโยคเพ้อฝัน ฉันตอบเขาไปว่า

‘เมื่อฝนตก’

สั้นๆ แค่นั้น

แม้กระทั่งความทรงจำยังดูสวยงาม 

เขาเคยบอกฉันว่าทุกครั้งที่ตื่นนอนเราคือคนใหม่ สายตาที่เรามองโลกจะเปลี่ยนไป ทุกสิ่งที่เคยหม่นหมองจะกลายกลับ… แม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อยอย่างการทานเชอร์รีหวานฉ่ำยังทำให้โลกทัศน์เปลี่ยนได้

ตอนนั้นฉันไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้– ตรงนี้ฉันเข้าถึงมันอย่างสุดซึ้ง

ครืน…

ฉันเงยหน้าหลับตา พยายามสูดอากาศที่ฉันไม่สามารถรับรู้ได้ 

หลังจากวันนั้นประสาทสัมผัสของฉันหายไปทีละเล็กละน้อย เรียกว่าหายไปอาจไม่ถูกต้องนัก เปลี่ยนเป็นลืมเลือนน่าจะตรงกว่า ยิ่งนานวันสัญญาของผัสสะยิ่งพร่ามัว ฉันแน่ใจว่าอีกไม่นานฉันจะลืมแม้กระทั่งความรู้สึกยามที่ร่างกายตกต้องผิวน้ำ

ครืน…

ฝนลงเม็ดแล้ว ฉันทั้งดีใจและเศร้าใจ เมื่อพบว่าตัวเองยังสามารถสัมผัสความสดชื่นจากไอฝน และความเย็นเยียบจากละอองน้ำ ใกล้เวลานั้นเข้าไปทุกที ฉันหลับตาลงเพื่อเตรียมตัว

สรรพเสียงเงียบลง

ไม่มีเรือ ไม่มีคู่รักวัยรุ่น ไม่มีควันบุหรี่

มีแต่ร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวจมอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง… หญิงสาวที่ปราถนาการปลาสนาการตลอดไป

ฉันร้องไห้เงียบงันเพื่อไว้อาลัยให้กับความไม่รู้ของหญิงสาว

ก่อนทิ้งตัวลงสู่ก้นแม่น้ำเจ้าพระยา

เหมือนที่เคยเป็นมาตลอด 964 วัน.

(แด่ความทรงจำและการฆ่าตัวตาย)

Comment

Comment:

Tweet

ทำแบบมึนๆ เอาไว้เก็บงานอีกที่น่ะจ้ะ

ขอบคุณมากเลยดามันสกี้ นายทำให้เรามีกำลังใจ แฮ่ confused smile

#2 By Mr.Brightside on 2012-09-28 21:05

ชิ้นนี้แหล่ะ! หนึ่งหลายๆชิ้นที่เราบอกว่า พอเราตามอ่านแล้วมันใช่ว่ะ 
เป็นการทำให้คนอ่านเคลิ้ม แล้วพอมาบรรทัดสุดท้าย ปริศนาไขกระจ่าง!
ถ้าในเฟซต้องกดไลค์ แต่ในนี้ให้สามผ่านไปเลย
Hot! Hot! Hot!
ปอลอ แอบตกใจเบาๆ ว่าทำบล็อคด้วย นึกไม่ถึง อิอิ

Recommend