Mr.Brightside View my profile

[เรื่องสั้น] ดอกไม้ไร้ชื่อ

posted on 09 Aug 2012 11:34 by misterbrightside directory Fiction

          'ผมอยากปลูกดอกไม้' พูดแบบนี้ทีไรมีแต่คนหัวเราะ พวกเขาไม่เชื่อว่าผมจะปลูกดอกไม้ได้

          'ขนาดกระบองเพชรที่ว่าแน่ มึงยังทำมันเฉาตายเลย' เพื่อนผมว่า

          'ดอกไม้มันบอบบางนะโว้ย บางพันธุ์แม่งเรื่องมาก กว่าจะออกดอกให้มึงได้ก็โน่น... รอไปชาติเศษ คนอย่างมึงจะปลูกดอกไม้ กูว่าเอาถั่วงอกให้รอดก่อนเหอะ' มันตบบ่าให้กำลังใจ แต่ผมไม่ได้ต้องการกำลังใจ ผมต้องการปลูกดอกไม้

          และแล้วผมก็ได้มาต้นหนึ่ง...

          เป็นกล้วยไม้ป่า... ได้มาโดยไม่ต้องลงแรงลงสตางค์ ผมดีใจมาก เฝ้ารดน้ำมันอย่างดี วางมันไว้ใต้ต้นขนุนใหญ่ เห็นเขาว่ากันว่ามันชอบความชื้น

          วันเวลาผ่านไป ผมเฝ้ามองมัน ดูแลมันด้วยความทะนุถนอม อีกไม่นานมันคงออกดอกให้ผมได้ชื่นชม ผมอยากเป็นผู้ชายอบอุ่น ผู้ชายที่ปลูกดอกไม้

          เนิ่นนาน... จนเกินจะนับวัน ผมว่ามันคงหลายอาทิตย์แล้ว กล้วยไม้ป่าก็ยังไม่ออกดอก จนผมท้อและเหนื่อย เฝ้าประคบประหงมเกือบตายก็ไม่มีอะไรออกมาให้ชื่นชม

          เนิ่นนาน... จนผมไม่ใส่ใจ

 

          'เฮ้ย! กล้วยไม้ออกดอก!!!' ผมตะโกนลั่นในเช้าวันหนึ่ง ผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ที่ผมละเลยเจ้ากล้วยไม้ป่า ในที่สุดมันก็ออกดอก เป็นดอกเดี่ยว กลิ่นหอม สีนวลตา

          ผมดีใจมาก ตัดมันเก็บไว้ มันเป็นของผม

          เนิ่นนาน... จนกล้วยไม้แห้งเหี่ยว

          ผมลืมรดน้ำต้นของมันเสียสนิท เมื่อนึกได้จึงรีบลงไปดู แต่มันไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว

          'มีคนมาขอไป เห็นเอ็งไม่สนใจ เลยนึกว่าเบื่อแล้ว' พ่อผมบอก

          ผมเสียใจ... ดอกไม้ดอกแรกที่ผมปลูกได้ แห้งแล้ว เหี่ยวแล้ว ต้นของมันยังมีคนเอาไปอีก

 

          เวลาผ่านไป... ผมก็ยังจำเหตุการณ์นั้นได้ดี แม้ความรู้สึกบางส่วนจะโดนชะไปตามกาล

          ผมไม่อยากปลูกดอกไม้

          'ดอกไม้แม่งเรื่องมาก พอเอ็งสนใจเสือกไม่ออกดอก เวลาเอ็งหายไปเสือกออกดอกซะงั้น' ผมเล่าให้คนอื่นฟัง พวกมันก็ขำกันใหญ่ แถมท้ายด้วยประโยคเดิมว่า 'กูว่าแล้ว!'

 

          กระทั่งวันหนึ่ง...

          ขณะที่ผมเดินเล่นในสวนจตุจักรเรื่อยเปื่อยจนเลยไปโซนขายต้นไม้ ดอกไม้หลายพันธุ์หลากสีดึงดูดความสนใจผม บางดอกหอม บางดอกสวย และบางดอกทั้งหอมทั้งสวย

          แต่มีเพียงดอกเดียวที่สะดุดตาผมอย่างมาก

          'ต้นนี้ดอกอะไรครับ?' ผมถามคนขาย

          'ไม่รู้เหมือนกัน ฉันไม่ใช่เจ้าของ เห็นมันวางอยู่นานแล้วนะ น่าจะเป็นของร้านข้างๆ'

          คนขายดอกไม้ภาษาอะไรวะ ไม่รู้จักดอกไม้... ผมคิดในใจ พลางได้ยินเขาบ่นพึมพำเป็นทำนองว่าอยากได้ดอกไม้ดอกนั้นเหมือนกัน

          ผมกำลังจะอ้าปากเรียกเจ้าของร้านข้างๆอยู่แล้วเชียว สายตาเจ้ากรรมดันทะลึ่งเห็นป้ายเล็กๆแทบไม่สะดุดตาคน ปิดไว้อยู่ข้างกระถางอ่านได้ว่า 'จองแล้ว'

          นั่นสิ... ใครก็อยากได้นี่หว่า

          ผมเดินกลับบ้าน แต่ใจยังอยู่ที่ร้าน ดอกไม้ดอกนั้นพันธุ์อะไร? มีชื่อหรือเปล่า? ต้องดูแลเป็นพิเศษมั้ย?

          ผมตัดสินใจกลับไปที่สวนจตุจักรในวันรุ่งขึ้น ขอให้ได้เห็นมันสักแวบนึงก็ยังดี

          น่าแปลกที่วันนี้ดอกไม้ไม่มีป้าย

          'ต้นนี้ดอกอะไรครับ?' ผมตะโกนถามเจ้าของร้าน

          'อ๋อ... ต้นนี้ไม่มีชื่อ เขาห้ามตั้งชื่อ' เจ้าของร้านตะโกนตอบผม 'เป็นดอกไม้ที่เป็นนายของตัวเอง'

          'ถ้าแข็งแกร่งขนาดนั้น คงหาดินหาน้ำกินเองได้สิครับ' ผมยิ้มขำ แต่เจ้าของร้านไม่ยิ้มไม่ขำกับผมด้วย

          'ดอกไม้ก็คือดอกไม้ ถ้าไม่มีปัญญาเลี้ยงก็อย่าเลี้ยง' เจ้าของร้านเอ่ยเสียงเรียบ ผมโกรธจนแทบจะตะคอก หยามกันมากเกินไปแล้ว ความอยากเอาชนะขึ้นหน้าทันที

          ในที่สุดผมก็ได้ดอกไม้ดอกนั้นมาไว้ในครอบครอง

          'ห้ามตั้งชื่อ' เขาว่ากันว่าอย่างนั้น

 

          เช้าวันถัดมา ผมตกใจมาก ดอกไม้หายไป เหลือเพียงต้นไม้ต้นหนึ่ง ผมนั่งคิดอยู่นานว่าจะเอาไปคืนร้านดีหรือจะเลี้ยงมันต่อดี

          ผมตัดสินใจเลี้ยงมันต่อ

          เลี้ยงแบบไม่คิดอะไร ไม่หวังผลอะไร ผมเข็ดแล้วกับการเลี้ยงดอกไม้แบบหวังผล

          เนิ่นนาน... ดอกไม้ก็ยังไม่ออกดอก แต่ผมกลับรู้สึกผูกพันกับมันยิ่งขึ้น

          เช้ารดน้ำ เย็นรดน้ำ ผมมีความสุขมาก

          เนิ่นนาน... ดอกไม้เริ่มต้องการอะไรที่มากกว่าน้ำ ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร เฝ้าถามผู้รู้ทั้งหลาย ในที่สุดผมก็ทราบว่ามันคือ 'การให้ใจ'

          ผมหัวเราะก๊าก ดอกไม้บ้านมึงสิต้องให้ใจ

          ผู้รู้ตบหัวผม ดอกไม้บ้านมึงสิไม่ต้องให้ใจ

          ผมบ่นอุบ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ในที่สุดผมก็ลองทำดู โดยการพูดคุยกับดอกไม้ทุกวัน บางครั้งก็เปิดเพลงให้ฟัง

          เนิ่นนาน... ผมรู้สึกว่าดอกไม้รับฟังผม รับรู้ตัวตนของผม

          เช้าพูดคุย เย็นฟังเพลง ผมมีความสุขมาก

          ต่อมาดอกไม้ที่เป็นนายของตัวเองคล้ายผลิยอดอ่อนขึ้น เป็นสัญญาณว่ามันพร้อมที่จะให้ผมได้ยลโฉมแล้ว

          ผมตื่นเต้น รีบเอื้อมมือไปสัมผัส

          เพียงปลายนิ้ว ดอกไม้ถอยร่น ผมแปลกใจ

          'ทำไมดอกไม้ถึงถอยมือคนได้ หรือว่าเป็นกลไกเหมือนต้นไมยราบ' ผมถามผู้รู้คนใหม่ เขาเชี่ยวชาญการปลูกดอกไม้

          ผู้รู้ตบหัวผม 'รีบร้อนทำไม ดอกไม้มันตกใจโว้ย!'

          ผมหัวเราะเสียงดัง ผู้รู้จึงตบหัวผมอีกครั้ง ดอกไม้บ้านมึงสิตกใจไม่เป็น

 

          ผมกลับมาที่บ้าน คิดทบทวนอีกครั้ง ทำอย่างไรดอกไม้มันถึงจะออกดอกให้ผมได้ชื่นชม

ผมรดน้ำก็แล้ว ใส่ใจก็แล้ว ทำไมมันถึงยังไม่ออกดอกอีกนะ

          'เพราะมึงทำตัวเป็นนายมันไง' โปรแกรมแชทในเฟซบุ๊คดีดข้อความหนึ่งขึ้นมา เป็นข้อความของเพื่อนรักของผมนั่นเอง

          'มึงปลูกต้นไม้หวังผล ปลูกดอกไม้หวังดอก มันรู้ว่ามึงต้องการอะไร มันเลยแกล้งมึง' เพื่อนรักเฉลย

          'มึงปลูกต้นไม้ไม่หวังผลหวังดอก แล้วมึงหวังสับปะรดอะไร?' ผมพิมพ์ถาม แป้นแทบกระจาย

          'หวังดี...'

          มันตอบมาแค่นี้ เหมือนผมตาสว่าง

 

          ปลูกต้นไม้หวังผล ปลูกดอกไม้หวังดอก แล้วละเลยส่วนอื่นๆหรือเปล่า รากล่ะ? ใบล่ะ?

          ผมคิดได้ จึงกลับไปคุยกับดอกไม้ ดอกไม้คล้ายเข้าใจ ไม่ถอยหนีอีกแล้ว

          และในคืนนั้นเองผมฝัน...

          ฝันว่าดอกไม้พูดคุยกับผม หล่อนมีชื่อ หล่อนมีความต้องการ หล่อนมีเหตุผล

          ผมสะดุ้งตื่น หันไปทางดอกไม้ พบว่าหล่อนออกดอกแล้ว ทว่าลักษณะไม่เหมือนกับที่ผมเคยเห็น

          กลีบที่เคยแข็งแกร่งกลับบอบบาง สีที่เคยฉูดฉาดกลับขาวนวล กลิ่นที่เคยหอมหวานกลับหอมอ่อน

          สวยยิ่งกว่าดอกไม้ใดที่ผมเคยเห็นมา

          และสวยยิ่งกว่าครั้งแรกที่ผมเคยพบหล่อน

          ผมเอื้อมมือไปประคอง กลีบหนึ่งร่วงหล่น ผมตกใจ

          'น้ำหน้าอย่างมึงจะปลูกดอกไม้ได้หรือ?' เสียงแดกดันทั้งหลายย้อนกลับมา มันเสียดแทงเข้ากระดูกดำอย่างทารุณ

          'ผมอาจดูแลคุณไม่ดีเท่าคนอื่นนะ' ผมกระซิบ 'แต่น้ำหน้าอย่างผมนี่แหละจะดูแลคุณให้ดีที่สุด'

          กลีบดอกไม้สั่นไหว ผมยังเข้าใจภาษาดอกไม้ได้ไม่หมด ทึกทักเอาเองว่าหล่อนเข้าใจ

          ผมอยากตัดดอกไม้เก็บไว้ หล่อนเป็นของผม แต่ผมไม่ได้ทำ

          ผมนั่งยิ้มหน้าบาน มองดอกไม้อยู่ข้างๆ ประสบการณ์สอนผมว่าดอกไม้มีวิญญาณ ไม่มีใครเป็นเจ้าของได้           

          ผมจึงให้หล่อนงดงามอยู่บนต้นของหล่อนเอง โดยที่มีผมเป็นคนรดน้ำและใส่ใจ

 

          'ปลูกอะไรสักอย่างมึงต้องหวังดี' เพื่อนรักของผมทิ้งท้ายเอาไว้

 

          ผมเชื่อว่าผมปลูกดอกไม้ และดอกไม้ก็ปลูกผมเช่นกัน

 

 

 

          'ผมอยากปลูกดอกไม้'.

edit @ 9 Aug 2012 12:03:27 by Mr.Brightside

edit @ 9 Aug 2012 14:06:57 by Mr.Brightside

edit @ 9 Aug 2012 19:11:43 by Mr.Brightside

Comment

Comment:

Tweet

Recommend