Mr.Brightside View my profile

เรื่องสั้น-สั้น: ฮีทเตอร์

posted on 13 Nov 2012 14:58 by misterbrightside directory Fiction
ฉันขี้หนาว

แค่อากาศเย็นลงครึ่งองศาฯ ก็ทำให้ฉันหนาวเสียดกระดูก ฉันจึงต้องพกเสื้อกันหนาวอยู่ตลอดเวลา มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ฉันพกเพียงผ้าคลุมไหล่ เนื่องจากมันดูเก๋กว่าที่จะแบกเสื้อหนาๆ ติดตัว ผลลัพธ์คือฉันไข้ขึ้นเพราะน้องที่ทำงานปรับแอร์แรงเกินไป

'ต้องประมาณกี่องศาฯ คุณถึงจะอยู่ได้' ผมถามหล่อน

ฉันจะไม่แสดงอาการ หากอยู่ในอุณหภูมิห้องพอดิบพอดี หรือร้อนกว่านี้ก็ยังใช้ได้ แต่อย่างที่ฉันบอกคุณไปแล้ว ถ้าต่ำกว่าอุณหภูมิห้องนิดเดียว ฉันมีสิทธิ์ล้มหมอนนอนเสื่อ

'ร่างกายคุณพิเศษ' ผมพยักหน้ารับทราบ เลือกใช้คำอย่างประณีต เลี่ยงคำว่า 'ผิดปกติ' เป็น 'พิเศษ' แทน ฟังแล้วหรูหราในความรู้สึก

ร่างกายฉันผิดปกติ- ฉันทราบ ('พิเศษครับ' เขาแย้งฉันอย่างนุ่มนวล) จำใจต้องพกเสื้อกันหนาวอยู่ตลอดเวลา ฉันเกลียดวันที่ฝนตก มันทำให้อากาศเย็น ทั้งยังชื้นแฉะเกินทน พอกลับถึงบ้าน ฉันต้องรีบผลัดผ้า ไม่อย่างนั้นจะเป็นปอดบวม ฉันยอมรับว่าท้อแท้และอับอายกับโรคประหลาดของตัวเอง ไปปรึกษาคุณหมอหลายคน หลายโรงพยาบาล แต่พวกเขาส่ายหน้า บอกว่ารักษาฉันไม่ได้

'อืม... คุณคิดว่าสาเหตไม่ได้มาจากร่างกายอย่างนั้นหรือ' ผมถามเธอ พลางบังคับไม่ให้ตัวเองหาว เรื่องราวน่าเบื่อง่วงนอน ผมยอมรับโดยไม่ปิดบัง

ฉันเริ่มสิ้นหวัง จนวันหนึ่งฉันได้เจอเขา อบอุ่นจนร้อน เหมือนพกฮีทเตอร์ไว้ตลอดเวลา โรคขี้หนาวของฉันบรรเทาลง จนในที่สุดก็หายไป- หายจนหมดจด มันว่างเปล่าราวกับได้ปลดเปลื้อง ฉันรู้ในทันทีว่าร่างกายฉันไม่ได้ผิดปกติ

'คุณจึงมาอยู่ที่นี่' ผมเลิกคิ้ว นึกว่าหล่อนอยู่ในใจ กว่าจะเข้าประเด็นได้ก็นานโข

ฉันมีความสุข ไม่ต้องพกเสื้อกันหนาว เขาอบอุ่นเพียงพอ ('ค่อนข้างเร่าร้อนยามอยู่กันเพียงสองคน' ฉันพึมพำ ไม่รู้ว่าเขาได้ยินไหม) เหมือนพระมาโปรด ฉันหลงเขาหัวปักหัวปำ ต้องใช้คำว่าหลง เพราะมันเกินกว่ารัก จนกระทั่ง...

'เขาจากคุณไป...' แม้จะอยากพูดคำว่า 'ทิ้ง' แต่ผมก็ระงับปากได้

เขาจากฉันไป... ทิ้งฉันให้โดดเดี่ยว โรคขี้หนาวกลับมาอีกครั้ง คราวนี้หนักหนาเกินทานทน ขนาดน้ำตายังแข็งเป็นเกล็ด ฉันสวมเสื้อกันหนาวหลายชั้น ทบผ้าพันคอหลายทบ ความหนาวก็ไม่เคยเจือจาง หนาวเสียดกระดูก ไม่อยากกระดิกกระเดี้ย ฉันปาดน้ำตาเกล็ดน้ำแข็ง โหยหาความอบอุ่นจนใกล้จะเป็นบ้า ('ฉันทึ้งผมตัวเองเพื่อบรรเทา แต่ฉันไม่ได้บ้านะคะ' ฉันเสริมอย่างเหม่อลอย ก่อนรู้ว่าไม่ควรพูดออกไป) ฉันนอนทรมานอยู่นาน ในคืนหนึ่งฉันจึงคิดได้ว่า สิ่งที่ฉันต้องการคืออ้อมกอด

'ครับ' ผมรับ ทำท่าเหมือนใส่ใจ กลัวเหลือเกินว่าจะเผลอสัปหงก

ความอบอุ่นมาจากอ้อมกอด ผู้ชายที่อบอุ่นจนร้อน ('และเร่าร้อนยามอยู่กันเพียงสองคน' ฉันตะครุบปากตัวเอง) ฉันจึงโทรหาคุณ เพื่อรับการปรึกษา

'ครับ' ผมพยักหน้า รายที่สิบสามแล้วหรือ

ฉันเลือกคุณเพราะคุณสัญญาว่าจะไม่วิพากษ์วิจารณ์ และวันนี้คุณก็ทำได้เป็นอย่างดี

'ผมไม่ใช่จิตแพทย์' ผมพูดติดตลก

ฉันทราบค่ะ

'ผมรับฟังคุณแล้ว ยินดีที่ได้รับใช้ครับ'

ค่ะ ฉันหนาวเหลือเกิน หนาวเหน็บเวิ้งว้าง ได้ยินเสียงลมหวีดหวิวจากช่องอกชัดเจน

'นั่นเป็นสาเหตที่คุณมาพบผม'

ใช่ค่ะ ได้โปรดกอดฉันที เป็นทางรักษาเดียวที่ฉันนึกได้ หลังจากนั้นฉันจะจ่ายให้คุณ ตอบแทนความสงบเงียบและไม่พร่ำพูด

'ครับ' ผมเดินอ้อมโต๊ะไปกอดเธอ ลำบากหน่อยที่ต้องโอบคนที่สวมเสื้อกันหนาวประมาณสิบชั้น

อบอุ่นจัง...

'...'

คราวหน้าฉันจะโทรหาคุณอีก บริการของคุณดีเยี่ยมไร้ที่ติ

'ครับ' ผมตอบนิ่งๆ ก่อนผละออกจากหล่อน- ลูกค้าผู้มีสีหน้าอมทุกข์ เหมือนหน้าหนาวไม่เคยผ่านพ้นไปจากใจ

แล้วพบกันใหม่ค่ะ

'เดี๋ยวครับ' ผมร้องเรียกหล่อน แปลกใจตัวเองเล็กน้อย 'ผมมีคำแนะนำแถมให้ ไม่คิดเงินแต่อย่างใด'

คะ

'คุณลืมกอดตัวเอง'.

[Flash Fiction] On the Other Edge

posted on 01 Oct 2012 18:09 by misterbrightside directory Fiction
'คนเราแม่งก็รักกันด้วยเหตุผลที่มันเกลียดกันนั่นล่ะ'

'คุณหมายความว่ายังไง?'

'ไม่มีสาระ'

'คุณหมายถึงสิ่งที่คุณพูด?'

'เปล่า ผมหมายถึงอารมณ์ คุณมีบุหรี่สักตัวมั้ย?'

จุดบุหรี่ สูบ-พ่น

'เอาง่ายๆ คุณว่าผมดูดไอ้ห่านี่ทำไม ทั้งๆ ที่ผมรู้โทษมันอยู่เต็มอก'

'ผมไม่รู้'

จุดบุหรี่ขึ้นบ้าง สูบ-พ่น

'เป็นคำตอบเดียวกับที่เวลาคุณรักหรือเกลียดนั่นล่ะ อย่าเหมารวมความรักกับเซ็กส์นะ เซ็กส์มันมีเหตุผลที่เข้าใจได้'

'ยังไง?'

'คุณนี่แม่งคำถามเยอะ ผมดูดไอ้ห่านี่เพราะผมอยากดูด มันมีแรงดึงดูดลึกลับที่ผมปล่อยมันไปไม่ได้ ครั้งแรกผมก็ไม่ติดมันหรอก และผมจะไม่ติดมันด้วย หากผมยับยั้งร่างกายตัวเองเสียแต่เนิ่นๆ'

'เหมือนความรัก'

'ใช่ เหมือนคุณกับวิภาวี'

กัดก้นกรอง ทิ้ง-เหยียบ

'แรงดึงดูดที่ไร้เหตุผล จะบอกว่ารักเพราะเธอเป็นคนอ่อนหวานหรือ แล้วทำไมคุณถึงไม่รักเพื่อนของเธอ'

จุดบุหรี่อีกมวน สูบหนัก-พ่นเป็นสายยาว

'เพราะอย่างโน้น เพราะอย่างนี้ เพราะอย่างนั้น เหตุผลห่าเหวแม่งไม่มีหรอก ความรักลึกลับกว่านั้น- ลึกลับกว่ามาก คุณก็แค่ต้องการในตัวเธออย่างซับซ้อน'

ทิ้งก้นกรองบ้าง เหยียบ-ขยี้-จุดมวนใหม่

'อย่าเทียบกับเซ็กส์ หัวคุณแม่งไวเรื่องนี้'

'คุณอ่านผมออก'

'ไม่ใช่เรื่องแปลก และคุณไม่ควรสูบหนัก'

'แรงดึงดูดลึกลับ'

เสียงหัวเราะดังขึ้น

'แล้วเกลียดล่ะ?'

'ยังไม่เข้าใจอีกหรือ?'

'ยัง'

'ทำไมคุณถึงเกลียดวิภาวี'

นิ่งอึ้ง กัดฟัน-เมัมปาก

'เพราะเธอนอกใจ'

'แค่นั้น?'

'เธอนอนกับคนอื่น'

'แล้วทำให้ความรักของคุณเปลี่ยนไปอย่างนั้นหรือ?'

'ใช่ ผมเกลียดเธอ'

'คุณหาเหตุผลสมอ้าง คุณเกลียดไอ้ห่านั่น- ไอ้เวรนี่เพราะอารมณ์ล้วนๆ อารมณ์ลึกลับดำมืดอย่างเดียวกับความรัก พร้อมที่จะเข้าข้างตัวเองทุกรูปแบบ'

'คุณจะบอกผมว่าผมไม่ควรเกลียดเธอ?'

'เปล่า คุณจะเกลียดก็เรื่องของคุณ'

ดีดซากบุหรี่ลงตึก ลอย-ปลิว-ร่วง

'แต่อย่างที่ผมว่ามันไม่มีห่าอะไรเลย อย่าเอาสาระกับมัน'

'เธอแม่งทำผม'

'สมอ้างทั้งนั้น'

น้ำตาคั่งค้าง ซึม-หยด

'ผมแค่มาบอกคุณว่าอย่าฆ่าตัวตายกับเรื่องไม่มีสาระว่ะ'

พูดจบ สลาย-หายไป

ชายหนุ่ม ร้องไห้-เช็ดน้ำตา

ก้าวลงมาจากจินตนาการตน.

[บทความ] แด่ปรากฎการณ์

posted on 30 Sep 2012 08:49 by misterbrightside directory Fiction
มนุษย์ทุกผู้ต่างเป็นภูเขาหินเกลือ
 
ภูเขาหินเกลือกลางแม่น้ำคลั่ง
 
เราเชื่อว่าอย่างนั้น...
 
วงคลื่นทุกวงคลื่นเป็นอุบัติการณ์ กัดเซาะภูเขาให้กร่อนลงทีละน้อย จากเหลี่ยมมุมกลายเป็นกลมมน จากกลมมนกลายเป็นเว้าแหว่ง นานเข้าภูเขาย่อมไม่เหมือนเดิม
 
อุบัติการณ์ครั้งใหญ่ของเราเกิดขึ้นเมื่อประมาณหกเดือนที่แล้ว หากเปรียบว่าตัวตนคือภูเขา เราคงเป็นภูเขาที่ขรุขระ แทงยอดหินของตนขึ้นเสียดฟ้า ดูคล้ายกับขนเม่นเวลาป้องกันตัว เป็นภูเขาที่คุณต้องแหงนมองเพราะความโดดเด่น
 
แต่ความหยิ่งทะนงว่าข้าเจ๋ง- ข้าแตกต่างถูกสั่นคลอนด้วยวงคลื่นขนาดใหญ่ในวัยยี่สิบสองปี
 
การจากลาของคลื่นวงหนึ่ง ที่เคยพัดพากระแสน้ำอ่อนโยน เข้าปลอบประโลมจนยอดหินละมุนละไม ทำให้มันรู้ว่าสิ่งที่มันคิดไม่ได้มีความสลักสำคัญอะไรเลย ความเจ๋งที่มันเคยภาคภูมิใจ ไม่มีสิ่งใดที่มันทำไม่ได้ หายวับไปกับการจากลา
 
กระทั่งสิ่งที่มันมั่นใจว่าจะไม่ทิ้งมันไปนั้น ยังสามารถซัดวงคลื่นของคำพูดเข้าทำร้ายความทะนงจนหมดสิ้น
 
สิ่งที่กูเคยคิดนั้นจริงหรือ? สิ่งที่กูเคยทำนั้นดีหรือ?
 
คำถามหมุนวนภายในใจภูเขาหินเกลือ หลังจากวันนั้น ภูเขา- หรือเรา ก็ลอยเท้งเต้งอยู่กลางแม่น้ำ คลื่นไหนซัดมา เราก็เอนไปตามกำลังนั้น คลื่นไหนแรงหน่อย ก็พัดเอาผลึกหลุดไปเป็นกระบิ เสียศูนย์ หมดสิ้น
 
ในวัยยี่สิบสองปีการจากลาช่างเป็นเรื่องใหญ่
 
เราเคยยึดมั่นกับการมีตัวตน เป็นคนปากดีและปากหมาคนหนึ่ง (หรือถ้าใครคิดว่าเรายังเป็นอยู่ ขอแจ้งในที่นี้ว่า 'ดีแล้วล่ะที่เราเพิ่งรู้จักกัน') มีความทะเยอะทะยานแบบวัยรุ่นอารมณ์ร้อน อยากประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน อยากมีชื่อเสียง อยากร่ำรวย (และอยากอีกมากมาย)
 
หลายคำถามที่ผุดขึ้นมาให้เราได้ไตร่ตรองตัวเอง ทำให้ความเป็นวัยรุ่นของเราสงบลง ประกายความมั่นใจในเรื่อง 'ข้าแน่' หายไป แต่น่าเสียดายที่มันดันไปกัดกินเรื่อง 'ความมั่นใจ' (อย่างถูกที่ถูกทาง) ด้วย
 
เราเสียศูนย์มาตลอดระยะเวลาหกเดือนจนล่วงเข้าเดือนที่เจ็ด
 
อุบัติการณ์ครั้งสำคัญได้เกิดขึ้น
 
การมาถึงของคลื่นวงใหม่ทำให้ภูเขาในใจเราเปลี่ยนไป มันเป็นทั้งคลื่นที่อ่อนโยนและคลื่นที่คอยประคองฐานของภูเขา ศูนย์ที่เคยเสียกลับตั้งตรงอีกครั้ง
 
ภูเขาที่เว้าแหว่งเปลี่ยนแปลงไป ยอดแหลมค่อยๆ กลมมน รอยแหว่งค่อยๆ ฟื้นฟู แม้ว่าจะไม่เหมือนเดิม แต่การเปลี่ยนแปลงบางอย่างก็เป็นสิ่งที่ดี
 
เรานุ่มนวลขึ้น
 
และได้หยุดเพื่อคิด
 
แท้จริงแล้วมนุษย์ทุกผู้ต่างเป็นภูเขาหินเกลือ สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเป็นวงคลื่น และประสบการณ์เป็นทั้งรอยแหว่งและความมน
 
ภูเขาที่ผ่านกาลเวลามานานมักผิวเกลี้ยง รอยแหว่งถูกชะ ในขณะเดียวกันก็ถูกฝัง กลายเป็นรูปร่างและลวดลายเพียงหนึ่งเดียวบนโลก
 
อุบัติการณ์วงคลื่นจากภายนอกเกิดขึ้นตลอดชีวิตของเรา บางวงปลอบโยนเรา บางวงทำร้ายเรา แต่ทุกวงให้อะไรบางอย่างแก่เรา
 
ในขณะที่เรากำลังนั่งทุกข์กับวงคลื่นวงหนึ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น เราได้ค้นพบอะไรบางอย่าง
 
เราพบว่า
 
คลื่นจะแรงจะเบา
 
ก็ขึ้นอยู่กับภูเขาหินเกลือเอง.
 
- อุทิศแด่วงคลื่นทุกวง
 
(บันทึกโดยภวิล เฟย์- หลังอุบัติการณ์กัดเซาะครั้งใหม่ ที่ทำให้ฉุกคิดขึ้นได้ และสมควรกับการบันทึก)

edit @ 1 Oct 2012 18:08:14 by Mr.Brightside

Recommend